·

ชีวิตคือเรื่องเล่า และเราคือตัวเอกที่กำลังหลงทาง

ในปีโควิด 2020 ที่ต้องปิดประเทศ ไม่มีใครเดินทางได้ เรามีลูกน้องที่ต้องดูแลอีกหกชีวิต ธุรกิจโฮสเทลแบบ HOM เราไม่มีลูกค้า ไม่มีนักท่องเที่ยว วิธีที่ง่ายที่สุดคือปิดโฮสเทลและแยกย้าย คืนนั้นได้แต่เพียงร้องไห้ คิดแต่เพียงคงต้องกลับไปหางานประจำก่อน ความฝันที่จะมีธุรกิจตัวเองไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน พังเพราะโควิดมาเยือน

ในปีโควิด 2020 ที่ต้องปิดประเทศ ไม่มีใครเดินทางได้ เรามีลูกน้องที่ต้องดูแลอีกหกชีวิต ธุรกิจโฮสเทลแบบ HOM เราไม่มีลูกค้า ไม่มีนักท่องเที่ยว วิธีที่ง่ายที่สุดคือปิดโฮสเทลและแยกย้าย คืนนั้นได้แต่เพียงร้องไห้ คิดแต่เพียงคงต้องกลับไปหางานประจำก่อน ความฝันที่จะมีธุรกิจตัวเองไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน พังเพราะโควิดมาเยือน

แต่วันนั้นเมื่อไถฟีดเฟสบุคเจอชีวิตคนที่ลำบากกว่า ก็ตัดสินใจไม่ปิด HOM และเกิดโปรเจค HOM is sharing และ HOM Cloud Kitchen จน HOM เข้าปีที่ 10 จนทุกวันนี้…..

ช่วงนี้กำลังเรียน storytelling กับ Jasper Claus ที่เป็นผู้กำกับหนัง เขาสอนว่าทุกการตัดสินใจในชีวิต มีแค่ 2 ประเภท คือการตัดสินใจที่พาเราเข้าสู่ปัญหา กับการตัดสินใจที่พาเราออกจากปัญหา

คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตโดยไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของเรื่อง พวกเขาคิดว่าชีวิตคือ to-do list ความจริงชีวิตคือเรื่องเล่าและเราคือตัวเอก

ลองคิดถึงเรื่องที่คุณชอบที่สุด หนัง นิยาย ซีรีส์ อะไรก็ได้ มันมีโครงสร้างเหมือนกันหมด ตัวเอกต้องการบางอย่างแล้วเจออุปสรรค ถ้าไม่มีอุปสรรค มันไม่ใช่เรื่องเล่า มันคือคนคนหนึ่งวางแผนแล้วทำสำเร็จ มันน่าเบื่อจะตาย

ถ้าตอนต้นเล่าว่า “เปิด HOM มาขายดีมากไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย นี่ปีที่สิบแล้วนะ” มันคือการอวดเฉยๆ ไม่มีบทเรียน ไม่มีคุณค่า อุปสรรคคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย ตอน HOM เจอโควิด

อุปสรรคภายนอกคือไม่มีลูกค้าเลยสักคน
อุปสรรคระหว่างคนคือลูกน้องหกคนที่ต้องดูแล
แต่อุปสรรคที่หนักสุดคือเสียงในหัวตัวเองที่บอกว่า
“กลับไปทำงานวิศวกรเถอะ เท่กว่ามานั่งดิ้นกับธุรกิจ”
อุปสรรคข้างในนี่แหละที่เปลี่ยนชีวิต เพราะมันคือประตูสู่สิ่งที่เรียกว่า Dark Night of the Soul.

Dark Night of the Soul คือจุดที่คุณห่างจากเป้าหมายมากที่สุด คุณอยู่ในห้องคนเดียว มองเพดานรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนล้มเหลว แผนพัง ตัวตนพัง ความฝันที่วิ่งไล่มันหายไปจากสายตา คนส่วนใหญ่หนีจากจุดนี้ หาเพื่อนชวนกินเหล้า เปิด TikTok ไถมือถือจนเช้า ซื้อของ หา side quest มาเบี่ยงเบนความสนใจ แต่คนส่วนน้อยคนที่ชีวิตจะเปลี่ยน พวกเขาเลือกที่จะนั่งอยู่ตรงนั้น

ตอนนั้นคิดว่าตัวเองพัง แต่มองย้อนกลับไปมันไม่ได้พัง มันแค่กำลังจะเปลี่ยน Dark Night ไม่ใช่จุดจบ มันคือ middle ของเรื่อง ตัวตนเก่ากำลังตาย ตัวตนใหม่กำลังจะเกิด

นี่คือสิ่งที่ Jasper สอนแล้วโดนเรามาก สิ่งที่คุณ “อยากได้” คือเสียงของอีโก้ สิ่งที่คุณ “ต้องการ” คือเสียงของจิตใต้สำนึก และสองอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

เรา “อยาก” ปิด HOM เอาตัวเองรอด ไม่ต้องเหนื่อย เงินเก็บเหลือ ไม่ต้องออกไปทำกับข้าวแจกข้าวช่วงโควิด อีโก้บอกว่า “ถ้าปิด HOM กลับไปทำงานวิศวกรเหมือนเดิม เท่กว่ามานั่งลำบากกับธุรกิจ ใครๆ เขาก็ปิดธุรกิจ” แต่สิ่งที่เรา “ต้องการ” จริงๆ คือการรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่าพอ ธุรกิจเรายังมีคุณค่า และเราเป็นเจ้านายที่ไม่ทิ้งลูกน้อง จิตใต้สำนึกพูดเบาๆ ว่า “เราอยากยอมรับตัวเองว่าเราแพ้อยู่ แต่เราก็จะสู้” จากวันนั้นจนถึงวันนี้ไม่เสียใจเลยทุกการตัดสินใจที่เลือกเดิน

ลองดูคลิปในเม้นได้ว่าช่วงโควิด HOM รอดมาได้ไง คลิ้กลิ้งนี้

ครั้งต่อไปที่คุณจะตัดสินใจอะไรใหญ่ๆ ถามตัวเอง 1 คำถามก่อน

> อยากได้สิ่งนี้ มันคือ want ของอีโก้หรือ need ของจิตใต้สำนึก?
> อยากได้ตำแหน่งนี้ เพราะมันเหมาะกับเรา หรือเพราะอยากให้คนเห็น?
> อยากย้ายประเทศ เพราะจิตใต้สำนึกเรียกหา หรือเพราะเบื่อชีวิตแล้วอยากหนี?
> อยากแต่งงานคนนี้ เพราะใช่ หรือเพราะกลัวอยู่คนเดียว?
> อยากเริ่มธุรกิจ เพราะมีอะไรอยากสร้าง หรือเพราะอยากดูดีกว่าเพื่อน?
ไม่มีคำตอบไหนผิด แต่คุณต้องรู้ว่าคุณกำลังตอบคำถามไหน เพราะ want ที่ไม่รู้ตัว คือการตัดสินใจที่พาคุณเข้าปัญหา ส่วน need ที่รู้ตัวคือการตัดสินใจที่พาคุณออกจากปัญหา

ตัดสินใจพลาดก็แค่เจ็บ เห็นตัวเองในกระจกแล้วไม่ชอบสิ่งที่เห็นก็แค่นั่งอยู่กับมัน ไม่มีใครอยากอ่านเรื่องของคนที่ทำถูกทุกครั้ง เพราะคนที่ทำถูกทุกครั้ง คือคนที่ไม่เคยกล้าเสี่ยงพอจะเรียนรู้อะไร

ฉะนั้น เมื่อชีวิตให้ช่วงแย่ๆ กับเรา อย่าโกรธโชคชะตาใดๆ จงขอบคุณ เพราะนั่นคือนาทีที่เรื่องของคุณเพิ่งเริ่มต้น

ป.ล. HOM ก็ 10 ปีแล้วอ่ะเนอะ Pivot สนุกสนานเลย เด่วค่อยย้อนไปถึงตอนเริ่ม…

More from the blog