สวนสนุก Disney ที่ดีที่สุดในโลก(สำหรับเรา)แต่ไม่ได้บริหารโดย Disney เรื่องที่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้เกี่ยวกับ Tokyo Disney และบทเรียนธุรกิจที่ซ่อนอยู่
เพิ่งพาริอาไปเที่ยว Tokyo Disneyland และ DisneySea ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราเล่นกันเกือบครบทุกเครื่องเล่น ทั้งเล่นเครื่องเล่น ทั้งช้อปปิ้ง ทั้งกิน จนเกิดคำถามว่า ทำไมเราถึงรู้สึกว่ามันดีกว่า Disney ที่อื่นๆ ที่เคยไปมา คำตอบที่ได้คือ Tokyo Disneyland ไม่ได้เป็นของ Walt Disney Company…อ้าวเห้ย
.
ถ้าบอกว่า Tokyo Disneyland เป็นของบริษัทญี่ปุ่น คนส่วนใหญ่จะงง เพราะมันมีปราสาท มีมิกกี้เมาส์ มีทุกอย่างที่ตะโกนว่า “Disney” แต่ความจริงคือทุกอย่างที่เห็น สร้างและบริหารโดยบริษัทญี่ปุ่นที่ชื่อ Oriental Land Company (OLC ถ้าหุ้นชื่อ 4661) ทาง Walt Disney แค่ให้ไลเซนส์แบรนด์
OLC ก่อตั้งในปี 1960 ในฐานะบริษัทพัฒนาที่ดิน ธุรกิจหลักตอนแรกคือ การถมทะเล ที่ดินที่ Tokyo Disneyland ตั้งอยู่ทุกวันนี้ไม่เคยมีอยู่จริง มันถูกสร้างขึ้นมาจากอ่าวโตเกียว เป็นที่ดินที่มนุษย์สร้างขึ้นตั้งแต่ศูนย์
ปี 1983 OLC เปิด Tokyo Disneyland ภายใต้สัญญาไลเซนส์กับ Walt Disney Company พวกเขาจ่ายค่า royalty ให้ Disney แต่ตัดสินใจเรื่องการดำเนินงานทั้งหมดเอง ตั้งแต่การออกแบบประสบการณ์ ไปจนถึงการฝึกพนักงาน ไปจนถึงเมนูอาหาร คิดดูเกือบสิบปีกว่าจะได้ไลเซนมา
.
แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ เพราะมันหมายความว่า มาตรฐานของสวนสนุกนี้ถูกกำหนดโดยมาตรฐานแบบญี่ปุ่น คือเราก็เข้าใจนะว่าพนักงาน Disney จะต้องถูกเทรนมาให้ประสบการณ์คนมาเที่ยวรู้สึกมีความสุข แต่เรารู้สึกได้ว่าพนักงานที่นี่มีความเป็นญี่ปุ่นผสมด้วย คือมีระเบียบ ใส่ใจ เคารพเรื่องคิว ระเบียบ และยิ้มแย้มเสมอ
พวกเขาไม่ได้แค่บริหารสวนสนุกสองแห่ง OLC ยังดูแลโรงแรม Disney 6 แห่ง รวมถึง Fantasy Springs Hotel ที่เพิ่งเปิดใหม่ (เปิดปี 2024) Ikspiari ที่เป็น shopping complex อยู่ก่อนเข้า Disney Sea และ Disney Resort Line รถไฟโมโนเรลที่เชื่อมทุกสถานีในรีสอร์ท ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ OLC บริษัทเดียว โหดมากกกก
.
DisneySea สำหรับเรามันดูไม่ได้แต่งเป็น Disney แบบเด็ก เป็นคอนเซ็ปต์ที่ Disney อเมริกาไม่น่าอนุมัติ เขาตั้งใจออกแบบมาให้ผู้ใหญ่เพลิดเพลินพอๆ กับเด็ก มี Mediterranean Harbor มีท่าเรือแต่ละแห่งที่ดีเทลระดับภาพยนตร์ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะ OLC มีอิสระในการสร้างสรรค์ (แต่ถ้าใครชอบแบบแต่งการ์ตูนเยอะๆๆ ถ่ายรูปสวยๆ เราว่าธีม Disney Sea มันไม่เน้น cute ๆ อ่ะ)
.
10 เหตุผลสำหรับเราที่คิดว่า Tokyo Disney ชนะ Disney ที่อื่นๆ หลังจากเดินสวนสนุกมาสองวันเต็ม สี่หมื่นก้าว 555
1. ตั๋วราคาถูกกว่า และบัตร Fastpass แบบฟรียังมีให้กดได้
เราเข้าใจว่าตั๋ว Tokyo Disney ถ้าเทียบกับ Disney ในที่อื่นๆ ตั๋วถูกกว่า และประธาน OLC คุณ Wataru Takahashi เพิ่งออกมาพูดว่าบริษัทกำลังพิจารณาลดราคาตั๋ว เพราะผู้บริโภคญี่ปุ่นระวังเรื่องค่าใช้จ่ายจากเงินเฟ้อ แถมในแอปจะมี random ตั๋ว Fast pass เครื่องเล่นให้เรากดเล่นด้วย คือกดกันสนุกมาก แล้วแอปดีมาก ชอบมาก
.
2. ความสะอาดและการดูแลที่ไม่ต้องพยายาม
คือพนักงานจะถือไม้กวาดกับที่ตักผงเดินกวาดตลอดเวลาเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง ห้องน้ำสะอาดมากไม่ว่าจะเป็นช่วงบ่ายที่คนเยอะที่สุด แล้วพนักงานมักจะมีปากกาหลายสีไว้ที่กระเป๋าคาดเอวทุกคนไปเสิชมาเขาบอกไว้สำหรับ “เขียน Birthday Sticker” หรือการ์ดขอบคุณให้แขก เขาถูกฝึกมาให้วาดรูปมิกกี้หรือตัวการ์ตูนสดๆ ได้จึงต้องมีปากกาสีไว้สร้างความประทับใจ
.
3. อาหารที่เอาจริงเอาจัง
คือ Disney ที่อื่นอาจจะมีขาไก่งวงกับ churros แต่ที่ Tokyo Disney เอาจริงเอาจังกับเมนูมากคือไอเดียธีมอาหารน่ารัก เกี๊ยวซ่าซาลาเปา พิซซ่ามิกกี้ โมจิไอติม เบอเกอร์สีเหลืองธีมเป็ด หรือป๊อปคอร์นรสชาติ exclusive ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ครั้งนี้ทาน curry popcorn อร่อย
.
4. คิวที่เป็นมิตร
การรอคิว 100 นาทีที่ Tokyo Disney รู้สึกว่ารอได้ เพราะคนเงียบเป็นระเบียบ ไม่มีใครแซงคิว ไม่มีใครดัน วัฒนธรรมของคนในชาติเขาทำหน้าที่แทนกฎระเบียบได้ดีเลย แล้วต่อให้ Fastpass มีแบบซื้อได้ ก็ไม่ได้ใช้เงินซื้อได้ทุกอย่าง random เอาในแอปให้กด อันนี้เป็นกฏ Disney จาก global อยู่แล้ว (แต่ถ้า Universal ใช้เงินแก้ปัญหาได้)
.
5. Fantasy Springs กับการลงทุน 7 หมื่นล้าน
พื้นที่ใหม่ล่าสุดของ DisneySea ที่เพิ่งเปิดปี 2024 OLC ลงทุนประมาณ 7 หมื่นล้านบาท สร้างโซนธีม Frozen, Tangled และ Peter Pan พร้อม Fantasy Springs Hotel ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้ส่วน Theme Park ขึ้นไปแตะ 86,000 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 สำหรับเรา สามเครื่องเล่นนี้ โหดจริง ทั้งความสนุกและ คิว ร้อยนาทีขึ้นทั้งนั้น แต่คุ้ม เราคิดว่า Frozen สนุกกว่าของฮ่องกงนะ
.
6. เครื่องเล่นสุด Exclusive ที่มีแค่ที่นี่
โตเกียวลงทุนกับเทคโนโลยีเครื่องเล่นสูงมาก เช่น Pooh’s Hunny Hunt ที่เป็นระบบไร้รางยุคแรกๆ ที่ทำออกมาได้ดีมาก แต่ Enchanted Tale of Beauty and the Beast นี่ยกให้ the best คือไม่รู้ทำไมน้ำตาคลอเลยเข้าใจคำว่าประสบการณ์สร้างความสุขคืออะไร มันเหมือนอยู่ในหนังเลยรวมถึงเครื่องเล่นฝั่ง DisneySea อย่าง Journey to the Center of the Earth ที่หาเล่นที่ประเทศอื่นไม่ได้ ถ้าใครเคยดูหนังมาจะยิ่งชอบ เสียอย่างเดียวฝั่ง Sea แต่ละเครื่องเล่นมันจบเร็วไปหน่อย
.
7. วัฒนธรรมของคนที่มาเที่ยว
คนญี่ปุ่นจริงจังกับการแต่งตัวมาเที่ยวมาก เราคิดว่ามากกว่าร้อยละ 50 น่าจะคนญี่ปุ่นด้วย (ไม่แน่ใจว่าถ้ามาเปิดบ้านเราจะเป็นคนบ้านเราเองเยอะได้ทุกวันแบบนี้ไหม) มันเลยทำให้วัฒนธรรมของคนโดยรวมเป็นแบบญี่ปุ่น การนั่งรอชมพาเหรดก็เป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกคนช่วยกันรักษากฎ ทำให้ Vibe โดยรวมของสวนสนุกดูปลอดภัย และเป็นมิตรกับผู้คนทุกวัยดีจัง ที่สำคัญเด็กญี่ปุ่นน่ารักอ่ะ แต่ละบ้านแต่งตัวให้ลูกน่ารักสุดๆ
.
8. เดินทางง่าย
จากสถานี Tokyo Station นั่ง JR Keiyo Line ไป Maihama Station ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เรามาจาก Shibuya คือสบายมาก ต่อสามสายแต่สบายมาก พอ Disney ปิดก็ไม่ได้รู้สึกคนเยอะอึดอัดไร รถไฟถ่ายคนได้ดีมาก
.
9. ของขาย exclusive ที่หาซื้อที่อื่นไม่ได้
Tokyo Disney มีสินค้า exclusive ของที่ระลึกที่นี่ไม่ได้มีแค่ลายการ์ตูนแปะลงไปเฉยๆ แต่มีการออกแบบที่ผสมผสานแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และฟังก์ชันการใช้งานจริงเช่น เครื่องเขียนที่โคกับ Campas, ของเล่นโคกับ Tomiya หรือ popcorn bucket ที่อยากได้หลายอันมากกก
เรื่องนี้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่มันส่งผลตรงต่อรายได้ต่อหัวของลูกค้าซึ่งทำสถิติสูงสุดในทุกหมวดหมู่ของ FY2026
.
10. การไม่หยุดกับที่ของ OLC
สุดท้ายแล้ว เหตุผลที่รวมทุกอย่างเข้าด้วยกันคือ OLC ลงทุนกลับเข้าไปอย่างจริงจัง ไม่ลดคุณภาพเพื่อเพิ่มกำไรระยะสั้น กล้าลงทุน Fantasy Springs 7 หมื่นล้านบาท, ลงทุนสร้างเรือสำราญที่โตเกียวปี 2029 เสร็จ, แล้วมี Space Mountain ที่ทำใหม่อีกเสร็จอีกสองปี กล้าลงทุนในประสบการณ์ที่ทำให้คนอยากกลับมาจริงๆ
ผลลัพธ์คือคนใช้จ่ายมากขึ้น ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เพราะถูกบีบ
.
สำหรับคนที่ชอบดูตัวเลข OLC ไม่ใช่แค่สวนสนุกที่ดี มันเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากๆ แต่เราไม่ได้ซื้อหุ้นนะ (ตอนแรกที่เที่ยวนี่ประทับใจไปอ่านประวัติ Bob Iger เล่นแต่แกพึ่งวางมือจาก CEO รอบสองเลยไม่สนหุ้น Disney ไปดูหุ้น OLC แทน
.
ลองแงะงบการเงินล่าสุด (9 เดือนแรกของปีงบประมาณ FY3/26) ของ Oriental Land ที่น่าสนใจคือ
โซนใหม่อย่าง Fantasy Springs ดันรายได้ Q3 ทะลุทะลวงทำสถิติ All-time High ไตรมาสเดียว สี่หมื่นล้านบาท เป็นแรงขับสำคัญ ทั้งในแง่ดึงดูดผู้เข้าชมจากต่างจังหวัดของญี่ปุ่น และในแง่กระตุ้นการใช้จ่ายผ่าน Disney Premier Access (ระบบ fast pass แบบเสียเงิน) ที่คนยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อไม่ต้องรอคิวนาน
รายได้ฝั่งโรงแรมโต 10% แต่ที่พีคคือกำไรโตเกือบ 27% เจาะดูไส้ในพบว่า Occupancy rate ลดลงนิดนึง แต่ก็ยังตึงๆ ที่ 94% (อิจฉาเว่อ ปกติ 95% ขึ้นนะ) แต่สามารถขยับราคาห้องพักเฉลี่ย ขึ้นไปแตะคืนละเกือบสองหมื่นบาทได้ คือยอมให้ห้องว่างขึ้นแต่ขายได้แพงขึ้น ผลคือกำไรขึ้น
ไม่เน้นคนเยอะ แต่เน้นคนจ่าย หัวใจของปีนี้คือรายได้ต่อหัวที่เพิ่มขึ้น พื้นที่จำกัดก็ไม่เป็นไร แค่ทำให้ประสบการณ์มันดีจนคนยอมจ่ายค่าขนม ค่าของฝาก ค่าลัดคิว เพิ่มขึ้นก็พอ
.
แต่เรื่องที่น่าทึ่งไปอีกคือ OLC กำลังสร้างเรือสำราญ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า Disney Cruise Line ที่มีทั่วโลกทั้งหมดเป็นของ Disney ดำเนินงานเอง 100% ไม่เกี่ยวกับ OLC เลย แต่ในเดือนมีนาคม 2026 เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา OLC ประกาศจัดตั้งบริษัทลูกชื่อ Oriental Land Cruise Co., Ltd. เพื่อดำเนินงาน Disney Cruise Line Japan นี่จะเป็นเรือสำราญ Disney ลำแรกในโลกที่ไม่ได้ดำเนินงานโดย Disney โดยตรง เส้นทางเฉพาะญี่ปุ่นเท่านั้น โมเดลเหมือนกับสวนสนุกทุกประการ OLC จ่ายเงินสร้าง OLC เป็นเจ้าของ OLC บริหาร Disney ให้ไลเซนส์แบรนด์และร่วมออกแบบ เหมือนสูตรที่ทำมา 40 กว่าปี
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ OLC ไม่ได้แค่ต่อยอดจากสิ่งที่มี พวกเขากำลังขยายโมเดลธุรกิจทั้งหมดเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ ด้วยความมั่นใจว่ามาตรฐาน hospitality แบบญี่ปุ่นของพวกเขาสามารถยกระดับประสบการณ์ได้ ไม่ว่าจะบนบกหรือบนทะเล
การที่ OLC กล้าลงทุนเรือสำราญเอง เป็นการตอกย้ำว่าพวกเขาเชื่อในโมเดล “มาตรฐานญี่ปุ่น แบรนด์อเมริกา” อย่างมาก สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก OLC คือถ้าเราสร้างประสบการณ์ที่ดีจริงๆ คนจะใช้จ่ายมากขึ้นด้วยความเต็มใจ คนจะกลับมา และคนจะบอกต่อ ไม่ต้องเพิ่มราคา ไม่ต้องลดทอนคุณภาพ
รักเลย ยังไม่ซื้อหุ้นนะ ![]()
ปล. ใครอ่านไม่ไหว รอเวอร์ชันวีดีโอ 555+







