Universal Studio Japan เริ่มต้นเหมือน Tokyo Disney ทุกประการ บริษัทญี่ปุ่นไลเซนส์อเมริกา แต่ 25 ปีผ่านไป อันหนึ่งยังเป็นของญี่ปุ่น อีกอันเป็นของ Comcast ทั้งหมด
เมื่อวานก่อนเขียนเรื่อง Tokyo Disneyland กับ DisneySea ว่าทำไม Disney ที่ Tokyo ถึงดีที่สุดสำหรับเราคำตอบคือเพราะมันไม่ได้บริหารโดย Disney แต่บริหารโดย Oriental Land Company (OLC) บริษัทญี่ปุ่นที่ยังเป็นเจ้าของ 100% จนถึงวันนี้ ที่เริ่มต้นเหมือนกันทุกประการกับ Tokyo Disney แต่ทำไมถึงขายกลับให้ต่างชาติ
.
ก่อนอื่นขอเริ่มที่ประสบการณ์ส่วนตัวก่อน ทริปนี้ได้มา park ที่สามคือ Universal Studio Japan (USJ) กลายเป็นว่าสนุกกว่า Tokyo Disney ทั้งสอง park ไม่แปลกที่ USJ จะเป็นสวนสนุกที่มีจำนวนผู้เข้าใช้เป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย
สำหรับเราและริอาเหตุผลสามข้อที่ชอบ USJ ที่สุด
ข้อแรก เครื่องเล่นสนุกกว่าและได้เล่นนานกว่า แต่ก็แพงกว่าด้วยเช่นกัน Express Pass ไม่ได้ต้อง random แต่ซื้อได้เลย ที่นี่ใช้เงินแก้ปัญหาได้ (ยังชื่นชมเรื่องนี้ Disney มากกว่า ที่เน้นความเท่าเทียม)
ข้อสอง ของกินมีการ Co-Brand น่ากินกว่าเช่น ทำร่วมกับ Baskin Robbin, Yakult และ Kewpie ส่วนอาหารนั้นยังติดใจ kinopio cafe (หรือ Toad Cafe) มันมีเมนู Toad Pizza Bowl คือแบบทั้งน่ารักและอร่อยมาก
ข้อสาม เพราะเราโตมากับ Mario แล้ว Nintendo World คือที่สุดอ่ะ ทำดีมากกกกกกก หรือ Harry Potter Forbidden Journey ริอาชอบมากและมีการซื้อ IP พวกการ์ตูนญี่ปุ่นด้วยอย่าง Conan หรือ Jujutsu Kaisen
.
USJ กับ Tokyo Disneyland เริ่มต้นมาเหมือนกันคือเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่ได้ไลเซนส์จากบริษัทอเมริกา แล้วค่อยมาสร้างสวนสนุกในญี่ปุ่น
Tokyo Disneyland เปิดปี 1983 โดย Oriental Land Company ซึ่งได้ไลเซนส์จาก Walt Disney ส่วน USJ เปิดปี 2001 โดย USJ Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1992 ในชื่อ Osaka Universal Planning Inc. ได้ไลเซนส์จาก Universal (ตอนนั้นอยู่ภายใต้ MCA Inc.) ใช้งบสร้างราว 59,000 ล้านบาท ทั้งสองเริ่มต้นเป็น บริษัทญี่ปุ่น ดำเนินงานโดยคนญี่ปุ่น ในประเทศญี่ปุ่น แต่ 25 ปีผ่านไป Disneyland ยังเป็นของญี่ปุ่น อีกหนึ่งเป็นของอเมริกาทั้งหมด
.
เกิดอะไรขึ้นกับ Universal Japan USJ เปิดตัวปี 2001 ได้สวยงาม ปีแรกมีคนเข้าชม 11 ล้านคน ทำสถิติสวนสนุกที่เร็วที่สุดในโลกที่แตะ 10 ล้านคน ทุกอย่างดูดี แล้วปีที่สองก็มาถึง ภายในเวลาไม่กี่เดือนของปี 2002 สแกนดัลต่อเนื่องเกิดขึ้น จากร้านอาหาร 21 ร้านในสวนสนุกถูกพบว่าใช้วัตถุดิบหมดอายุ น้ำพุดื่มที่ให้บริการผู้เข้าชมกลับเป็นน้ำอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ผ่านการกรอง ทะเลสาบเทียมในโซน Jurassic Park ถูกตรวจพบแบคทีเรียอันตรายในระดับสูง และเครื่องเล่น 4 แห่งใช้วัตถุระเบิดสำหรับเอฟเฟกต์พิเศษเกินปริมาณที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
.
ผลกระทบคือช่วงปิดเทอมฤดูร้อนซึ่งควรเป็นฤดูกาลทำเงินที่สุด ผู้เข้าชมลดลง 24% จาก 1.66 ล้านคนเหลือ 1.26 ล้านคน ที่แย่ไปกว่านั้นคือวิธีรับมือ สื่อญี่ปุ่นกล่าวหาว่าผู้บริหารฝั่งอเมริกันพยายามหลบเลี่ยงปัญหาแทนที่จะเผชิญหน้าตรงๆ เกิดความขัดแย้งทางวัฒนธรรมภายในองค์กร ระหว่างสไตล์การจัดการแบบอเมริกันที่เน้น PR กับความคาดหวังแบบญี่ปุ่นที่ต้องการความรับผิดชอบที่ชัดเจนและจริงใจ
.
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนมือ หลังจากสแกนดัล ผู้เข้าชม USJ ร่วงจาก 11 ล้านคนเหลือราว 8 ล้านคนต่อปี และค้างอยู่ตรงนั้นหลายปี บริษัทขาดทุน ขาดเงินทุนสำหรับ attraction ใหม่ ไม่มีอะไรดึงดูดคนกลับมา
.
ปี 2005 Goldman Sachs เข้ามาลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท ตอนที่สวนสนุกยังขาดทุนและผู้เข้าชมลดลงต่อเนื่อง กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดทันทีด้วยสัดส่วน 41%
ปี 2007 USJ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นโตเกียว แต่จังหวะเลวร้ายมาก เพราะปี 2008 วิกฤตการเงินโลกถล่ม หุ้น USJ ร่วง 50% ผู้เข้าชมลดลงอีก 5%
ปี 2009 Goldman Sachs ตัดสินใจเด็ดขาด ทำ tender offer ประมาณสามพันล้านดอล ซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด แล้ว delist USJ ออกจากตลาดหุ้นโตเกียว
USJ กลายเป็นบริษัทเอกชนภายใต้การนำของ Goldman Sachs, MBK Partners (PE fund เกาหลี) และ Owl Creek (hedge fund อเมริกา)
.
นี่คือจุดที่ USJ หยุดเป็น “บริษัทญี่ปุ่น” ในทางปฏิบัติ
ตลอด 12 ปีที่ Goldman ลงทุนปี 2005 – 2017 ผู้เข้าชมเพิ่มจาก 7.5 ล้านคนเป็น 15 ล้านคน เกือบสองเท่า กำไร EBITDA มากกว่าสี่เท่า มูลค่าบริษัทโตแปดเท่า
ปี 2014 The Wizarding World of Harry Potter เปิดตัวทุนสร้างราว 8,000 ล้านบาทและกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ดึงผู้เข้าชมกลับมาอย่างมหาศาล
.
ปี 2015 Comcast NBCUniversal (บริษัทแม่ของ Universal Studios ทั่วโลก) ซื้อหุ้น 51% จาก Goldman ในราคา 1.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
ปี 2017 Comcast ซื้อ 49% ที่เหลือในราคา $2.3 พันล้าน ทำให้ USJ มีมูลค่ารวม 260,000 ล้านบาทกลายเป็น wholly owned subsidiary ของ Comcast 100%
Goldman Sachs ลงทุนรวมประมาณ $1.5 พันล้าน ได้คืนจากการขายหุ้นให้ Comcast ในสัดส่วนที่ทำให้มูลค่าบริษัทขึ้นไป 8 เท่า นี่คือหนึ่งในดีลที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ Goldman ในญี่ปุ่น
หลังจาก Comcast เข้ามาเต็มตัว การลงทุนก็มาถล่มทลาย Super Nintendo World เปิดปี 2021 ด้วยงบราว 12,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของ USJ Donkey Kong Country ตามมาในปี 2024 และในปี 2026 นี้ USJ ฉลองครบ 25 ปีด้วยธีม Discover U!!!
ปี 2024 USJ มีผู้เข้าชม 16 ล้านคน มากที่สุดในเอเชีย และเป็นอันดับ 3 ของโลก
.
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ แม้ USJ จะเป็นของอเมริกา 100% แต่พวกเขาเข้าใจตลาดญี่ปุ่นดี
โปรแกรม Universal Cool Japan ที่จัดทุกปีคือตัวอย่างที่ชัดเจน ปี 2026 นี้ USJ นำ IP ญี่ปุ่น 5 แบรนด์มาทำเป็น attraction: Detective Conan, Jujutsu Kaisen, Monster Hunter Wilds, Frieren และ Masquerade ของ Keigo Higashino
.
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ Universal Park ในสหรัฐทำ มันเป็นกลยุทธ์เฉพาะตลาดญี่ปุ่นและเอเชีย ใช้ IP ท้องถิ่นที่คนรักมาสร้างประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้
.
ตัวเลขปัจจุบัน USJ อยู่ตรงไหน?
เนื่องจาก USJ เป็น subsidiary ของ Comcast จึงไม่มีงบการเงินแยก แต่อยู่ภายใต้ Comcast Theme Parks segment ร่วมกับ Universal Orlando, Hollywood และ Beijing
ถ้ามองในภาพกว้าง นี่คือเรื่องของทางเลือกสองทาง
ทางแรก ทางของ OLC รักษาความเป็นเจ้าของ
OLC ไม่เคยขายหุ้นให้ต่างชาติ ไม่เคยต้องพึ่ง PE fund ไม่เคยถูก delist พวกเขามีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และที่ดินเป็นฐานรายได้มาก่อน ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ และที่สำคัญ ไม่เคยมีสแกนดัลระดับที่ทำลายความเชื่อมั่นผู้บริโภค
ผลลัพธ์ คือ OLC มีอิสระเต็มที่ในการตัดสินใจ สร้าง DisneySea ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน ลงทุน Fantasy Springs 7 หมื่นล้าน สร้างเรือสำราญ Disney ลำแรกที่ไม่ได้ดำเนินงานโดย Disney ทุกการเคลื่อนไหวมาจากวิสัยทัศน์ของคนญี่ปุ่นที่เข้าใจลูกค้าญี่ปุ่น
.
ทางสองคือ ทางของ USJ ขายเพื่อเติบโต
USJ เจอปัญหาตั้งแต่ปีที่สอง ขาดทุน ขาดเงินทุน ขาดความเชื่อมั่น Goldman Sachs เข้ามากอบกู้ ปั้นมูลค่าจนขึ้น 8 เท่า แล้ว Comcast ซื้อทั้งหมดเพื่อขยาย footprint ในเอเชีย
ผลลัพธ์คือ USJ ได้เงินลงทุนมหาศาล ได้ Super Nintendo World ได้ Donkey Kong Country ได้ IP ระดับโลก ปี 2024 มีผู้เข้าชม 16 ล้านคน มากที่สุดในเอเชีย
แต่แลกมาด้วยอำนาจในการตัดสินใจ USJ จะสร้างอะไรใหม่ ลงทุนเท่าไหร่ ทิศทางแบรนด์จะไปทางไหน ทุกอย่างต้องผ่าน Comcast ในฟิลาเดลเฟีย
.
ซื้อหุ้น OLC (4661.T ตลาดหุ้นโตเกียว) ได้ Tokyo Disneyland + DisneySea + โรงแรม 6 แห่ง + เรือสำราญ โฟกัสเดียว ตัวเลขชัดเจน
ซื้อหุ้น Comcast (CMCSA, NASDAQ) ได้ USJ + Universal Orlando + Hollywood + Beijing + Peacock + NBC + Xfinity broadband + อีกร้อยอย่าง ปัญหาหลักไม่เกี่ยวกับสวนสนุกเลย แต่เป็นเรื่อง broadband ที่กำลังถูก disrupt
.
***เมื่อวันที่ 23 เมษา หุ้น Comcast ขึ้น +8% จาก earnings ที่ชนะ consensus แต่เมื่อวาน 24 เมษาร่วง -12.9% ปิดที่ $27.56 กำไรที่ได้เมื่อวานหายหมดแถมลงเพิ่มอีก***
ถ้าดูแค่ตัวเลข ทั้งสองประสบความสำเร็จ OLC ทำรายได้สถิติ USJ มีผู้เข้าชมสถิติ แต่ถ้าดูในแง่ ใครเป็นคนกำหนดอนาคตของตัวเอง คำตอบชัดเจน
OLC กำลังสร้างเรือสำราญด้วยวิสัยทัศน์ของตัวเอง กำลังขยายโมเดลธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ด้วยความมั่นใจในมาตรฐาน hospitality ของตัวเอง USJ กำลังรอคำสั่งจาก Comcast ว่าจะได้อะไรต่อไป
สองสวนสนุกในญี่ปุ่น เริ่มต้นจากสูตรเดียวกัน จบลงด้วยชะตากรรมที่ต่างกัน ![]()
ปล. สำหรับเราและริอา Top 3 ของ 3 Parks แยก 3 หัวข้อ
Experience >> Harry Potter , Journey to center of the earth, Donkey Kong
Story >> Beauty and the beast, Frozen, Jurassic Ride
Ride >> Flying Dinosaur, Hollywood Dream, Tower of Terror







