ยี่สิบสามปีที่แล้ว Hangzhou ขายแต่วิวทะเลสาบ ตอนนี้ขาย Lifestyle ได้อย่างไร
ตอนมาเรียนจีน Hangzhou ยังไม่ใช่เมืองแห่งเทคโนโลยีไม่มีคนพูดคำว่า Startup ไม่มีใครเรียกที่นี่ว่า Silicon Valley ของจีน ภาพจำตอนนั้นคือเมืองท่องเที่ยว ทะเลสาบซีหู ร้านน้ำชา จักรยาน คนขากถุยน้ำลาย ห้องน้ำกลิ่นเหม็น และเสียงเครื่องยนต์ดัง จีนในวันนั้นยังเป็น “โรงงานโลก” ทุกคนพูดถึงการผลิต โรงงาน OEM ค่าแรง และการส่งออก
แต่พอกลับมา Hangzhou วันนี้มันเหมือนเมืองคนละเมือง สิ่งที่น่าสนใจคือ Hangzhou ไม่ได้โตแบบ Shanghai ที่ขับเคลื่อนด้วย finance หรือความหรูหรา และไม่ได้โตแบบ Shenzhen ที่ขับเคลื่อนด้วยโรงงาน hardware เมืองนี้โตจากพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลของคนจีน Alibaba คือบริษัทที่เปลี่ยน DNA เมืองนี้จริง ๆ






Jack Ma เริ่ม Alibaba จากอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ใน Hangzhou ปี 1999 ตอนนั้นไม่มีใครคิดว่าบริษัทขายของออนไลน์จะเปลี่ยนเศรษฐกิจจีนได้ แต่ Alibaba ไม่ได้สร้างแค่ marketplace มันสร้าง ecosystem ใหม่ทั้งประเทศ Taobao ทำให้คนธรรมดาขายของได้ Alipay ทำให้จีนเข้าสู่ยุค cashless มี Alibaba Cloud ที่ทำให้ธุรกิจจีนเริ่มย้ายขึ้น cloud แล้วเมืองทั้งเมืองก็เริ่มหมุนรอบ digital economy
จากนั้นคลื่นลูกใหม่ก็เริ่มมา Hikvision ทำให้ Hangzhou กลายเป็นเมืองของ AI vision และ smart city โดยเอากล้อง + AI + data + network มารวมกันให้เมือง มองเห็นตัวเองแบบ realtime แล้ววันนี้ DeepSeek ก็กำลังทำให้โลกเริ่มมองจีนใหม่อีกครั้งว่า AI อาจไม่จำเป็นต้องเผาเงินแบบ Silicon Valley ก็ได้ (เพราะจีนโดนจำกัด chip จาก US เลยเล่นเกมมี GPU น้อยกว่า จะ optimize ยังไง)

สิ่งที่รู้สึกชอบเมืองนี้ไม่ใช่เพราะมันทันสมัยไปแล้ว เพราะตอนไปเที่ยวทะเลสาบ ก็ยังเห็นความสวยงามของธรรมชาติ ต้นไม้สีเขียวที่หนาแน่นไปด้วยความร่มรื่น การจัดการจราจรส่วนตัวว่าดีกว่าเซี่ยงไฮ้ คือเดินรอบทะเลสาบได้ไม่อึดอัด แต่แปลกใจที่คนมาเดินทะเลสาบหรือมาวิ่งมีไม่เยอะ กลายเป็นมีแต่แต่งตัวสวยๆ เพื่อมาถ่ายรูปด้วยกล้อง DSLR เยอะมาก
หรือถ้าถามหาศิลปะก็สามารถไปเดิน Tianmuli หรือคอมเพล็กซ์ไลฟ์สไตล์ ที่ถูกเรียกว่า “เมืองศิลปะแบบเปิดโล่ง” ผลงานชิ้นแรกในจีนของ Renzo Piano สถาปนิกชื่อดังระดับโลก ตัวอาคารโดดเด่นด้วยคอนกรีตเปลือยและกระจกใสสิบเจ็ดอาคาร ล้อมรอบสวนสีเขียวและสระน้ำกระจกเงา (มีคนเดินรอบสระน้ำแบบ One Bangkok ด้วยนะ สงสัยพลังงานดี)
มีร้านหนังสือ Tsutaya ร้านแรกในจีน
มี B1OCK แฟล็กชิปสโตร์รวมสินค้าแบรนด์เนมและดีไซเนอร์ท้องถิ่นสไตล์มินิมอล
มี BY ART MATTERS พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย
มีโรงหนังที่เท่มาก เป็นเบาะนุ่มๆ สั่งอาหารมากินได้
มีคาเฟ่ต่างๆ ชอบร้านขนมปัง Pao Ma Chang มาก
มีตารางเวลาขนมปังจะออกกี่โมง
ที่สำคัญคือ มีร้าน canele อร่อยมาก แล้วมีรสงาดำ ไข่เค็ม แอปเปิ้ล คืออร่อยสุดๆ ร้านเก๋อีกต่างหาก แต่ร้าน Soft cookies เก๋แต่แห้งมาก
แล้วไปจบที่ความเจริญอย่างแถวถนนคนเดิน Hubin ที่มีห้างยักษ์ใหญ่ แบรนด์เนมริมทะเลสาบและวิวที่สวยสุดๆ
นี่ถัามีเวลาคราวหลังต้องบุค Business Tour เพราะเพื่อนบอกให้ไปเที่ยวโรงงาน Geely ที่ทำผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีคนในระบบ หรือพวกเทคคอมพานี ที่มันต้องจองมาก่อน ที่น่าสนใจเพราะเขาเรียกกันว่า “Six Little Dragons” คลื่น startup รุ่นใหม่ โดย Hangzhou ตอนนี้พยายามสร้าง narrative ใหม่ว่า เมืองนี้ไม่ใช่แค่ Alibaba แล้ว มี startup รุ่นใหม่ เช่น DeepSeek (AI), Unitree Robotics (robotics), Game Science (Black Myth Wukong), BrainCo (brain-computer interface), DEEP Robotics
ทำให้เห็นว่าเมืองนี้มันเริ่มมี “second generation founders” เหมือน Silicon Valley หลังยุค Google และ Facebook คือรุ่นแรกสร้าง wealth แล้วรุ่นสองสร้าง innovation ใหม่ต่อ
วันนี้ Hangzhou กลายเป็นเมืองที่กำลังพยายาม define อนาคตของ AI จีน และบางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนถึงเรียกที่นี่ว่า Silicon Valley ของจีน ไม่ใช่เพราะมันเหมือน Silicon Valley แต่เพราะมันสร้าง version ของตัวเองขึ้นมาได้สำเร็จ
ปล พักแบบ Homestay จองผ่าน Trip เจ้าของดูแลเหมือนลูกเลย ชอบมาก มีบ่นกินมาม่าได้ไง สั่งข้าวให้ได้นะ ไม่ก็เห็นฝนตก เดินกางร่มออกมาส่งรอแท้กซี่อีก น่ารักสุดๆ








