·

The Philosophy of Building

OPB Event of Benz Arnan and Toy Kasidis

OPB Event of Benz Arnan and Toy Kasidis

Status is seasonal, character stays with us. 💙

วันนี้พาริอามาฟัง Talk ของ Benz Arnan พูดเรื่อง The Philosophy of Building ที่มีเสี่ยทอยเป็นสปอนเซอหลักและเป็นคนพูดเปิดงานด้วยนะ

ดีใจที่พาริอาพามาฟังทอย เพราะทอยพูดเรื่องแม่พอดี ที่เป็นการเปรียบถึงคนที่เป็น specialist มาทั้งชีวิตทำงานแบบขยัน อดทน ฝ่าฟันทุกอุปสรรค เพื่อความสุขคือความมั่นคงของลูกๆ ใช้ชีวิตตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อคนที่เรารัก

ส่วนใน Talk ของเบนซ์นั้น เล่าได้สนุกมาก จัดพวกเดี่ยวไมโครโฟนได้เลยนะนี่ แต่สำหรับริอาอาจโตไปนิด โดยแบ่งการเดินทางของเบนซ์ออกเป็น 3 chapter ตั้งแต่ช่วงบ้าพลัง ตกผลึก จนเข้าใจการสร้างธุรกิจ

ขอสรุปเเป็นข้อๆ เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่ไม่ได้มานะ

1. ก่อนสร้างธุรกิจ ต้องเข้าใจก่อนว่าเรากำลังสร้างตัวเองแบบไหน
ธุรกิจไม่ได้เริ่มจาก Business Model อย่างเดียวธุรกิจเริ่มจาก Self Model ด้วย Self Model คือการตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าเรากำลังไล่ตามอะไร เราคาดหวังให้ความสำเร็จมาแก้อะไรในใจ เรากำลังพยายาม impress ใคร เรื่องอะไรกำลังผลักให้เราทำสิ่งนี้

ถ้าไม่เข้าใจตัวเองก่อน ธุรกิจอาจกลายเป็นแค่เครื่องมือเยียวยาแผลเก่า คนจำนวนมากไม่ได้สร้างธุรกิจเพราะเห็นโอกาส แต่สร้างเพราะอยากพิสูจน์ตัวเอง

ปัญหาคือ ถ้าเริ่มจาก “ปม” ต่อให้ธุรกิจโต ปมก็ยังอยู่

2. ไม่มี Self-development ถ้าไม่มี Self-awareness
การพัฒนาตัวเองไม่ใช่แค่อ่านหนังสือเยอะ ไม่ใช่แค่ตื่นเช้า ทำงานหนัก เรียนคอร์สเพิ่ม ถ้าไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร มันอาจกลายเป็นการวิ่งหนีตัวเอง

Self-awareness คือการรู้ทันว่าเรากลัวอะไร เราอยากได้รับการยอมรับจากใคร เรากำลังใช้ความสำเร็จปิดบังความไม่มั่นคงอะไร คนวัยเราต้องระวังมาก เพราะเรามีประสบการณ์เยอะขึ้น แต่ ego ก็เยอะขึ้นได้เหมือนกัน

การโตจริงไม่ใช่การเก่งขึ้นอย่างเดียว แต่คือการรู้ตัวเร็วขึ้น

3. Stoic Triangle: ใช้ชีวิตแบบไม่หลงเกม
Stoic Triangle มี 3 แกนสำคัญ

Live with virtue ใช้ชีวิตด้วยคุณธรรม ไม่ใช่แค่เอาชนะ /Focus on control โฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้ /Take responsibility รับผิดชอบชีวิตตัวเอง ไม่โยนทุกอย่างให้โลก

แก่นของ Stoic คืออย่าเสียพลังกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อย่าผูกคุณค่าตัวเองกับ status อย่าปล่อยให้อารมณ์ลากชีวิต

อย่าคิดว่าความสุขคือการได้ทุกอย่างตามใจ ชีวิตที่ดีไม่ใช่ชีวิตที่ไม่มีปัญหา แต่คือชีวิตที่เราไม่เสียตัวเองให้ปัญหา

4. Eudaimonia ไม่ใช่ Happy แต่คือ Human Flourishing
Eudaimonia แปลแบบง่ายคือ “ชีวิตที่งอกงาม” ไม่ใช่ความสุขแบบสนุกตลอดเวลา ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่มีทุกข์ แต่คือการเป็น version ที่ดีขึ้นของตัวเอง

เป็นชีวิตที่มีความหมาย มี character และอยู่กับความจริงได้ คนวัยเราน่าจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เพราะเริ่มรู้แล้วว่า happy ชั่วคราวไม่พอ

ความสุขแบบ dopamine มาไวไปไว แต่ชีวิตที่งอกงามต้องใช้เวลา ความอดทน และการรู้จักตัวเอง

5. The Stoic Virtues: 4 คุณธรรมที่ต้องฝึก
Wisdom — ปัญญามองเห็นความจริง แยกแยะได้ว่าอะไรสำคัญ อะไรแค่เสียงรบกวน รู้ว่าอะไรควรทำ อะไร

ควรปล่อย ไม่หลงตามกระแสง่าย ๆ

Courage — ความกล้า กล้าทำสิ่งที่ถูก แม้มันยาก กล้าเริ่มใหม่ กล้ายอมรับว่าตัวเองไม่รู้ กล้าถูกเข้าใจผิดชั่วคราว เพื่อรักษาทางของตัวเอง

Justice — ความยุติธรรม ไม่เอาแต่ตัวเอง เข้าใจผลกระทบที่เรามีต่อคนอื่น สร้างงาน สร้างธุรกิจ โดยไม่ทำลายคนรอบตัว มีความรับผิดชอบต่อทีม ลูกค้า และสังคม

Moderation — ความพอดี รู้จักพอ คุมตัวเองได้ ไม่เสพ dopamine cheap ตลอดเวลา ไม่ไล่ตามเงิน ชื่อเสียง หรือ attention จนเสียสุขภาพ เสียเวลา เสียตัวเอง

6. Status is seasonal, Character stay
Status เปลี่ยนตามฤดูกาล ตำแหน่งเปลี่ยนได้ รายได้เปลี่ยนได้ คนชื่นชมเราเปลี่ยนได้ ธุรกิจขึ้นลงได้ แต่ character อยู่กับเราทุกช่วงชีวิต

ถ้าสร้างชีวิตบน status เราจะกลัวเสียมันตลอดเวลาถ้าสร้างชีวิตบน character ต่อให้ status หาย เรายังเหลือตัวเอง

คนวัยเราควรสร้าง character มากกว่าไล่ status เพราะสุดท้าย status เป็นของชั่วคราว แต่ character คือสิ่งที่พาเราผ่านทุก season

7. ความฝันของเรา อาจเป็น Marketing ของคนอื่น
โลกออนไลน์ทำให้เรายืมความฝันคนอื่นง่ายมาก เห็นคนรวยแบบหนึ่ง ก็อยากรวยแบบนั้น เห็นคนทำธุรกิจแบบหนึ่ง ก็อยากทำตาม เห็น lifestyle แบบหนึ่ง ก็คิดว่านั่นคือชีวิตที่ดี แต่คำถามคือ นั่นคือความฝันของเราจริงไหม

เราทำเพราะรัก หรือทำเพราะกลัวตกขบวน ถ้าไม่มีใครเห็น เรายังอยากทำสิ่งนี้ไหม

8. Destination Mindset ทำให้ชีวิตเหนื่อย
Destination mindset คือความคิดว่า “เดี๋ยวถึงตรงนั้นแล้วค่อยมีความสุข” เช่น มีเงินเท่านั้นก่อน ธุรกิจโตเท่านี้ก่อน คนติดตามเยอะกว่านี้ก่อน ได้ตำแหน่งนั้นก่อน คนยอมรับก่อน ปัญหาคือ พอถึงแล้ว เรามักตั้งเป้าใหม่อีก สุดท้ายชีวิตกลายเป็นการเลื่อนความสุขไปเรื่อย ๆ

คนวัยเราต้องเรียนรู้ว่า ชีวิตไม่ได้อยู่แค่ปลายทาง วิธีเดินสำคัญพอ ๆ กับจุดหมาย ถ้าระหว่างทางเราทำลายตัวเอง ต่อให้ถึงเป้า ก็อาจไม่เหลือแรงใช้ชีวิต

9. Progress isn’t linear. It has rhythm.
ความก้าวหน้าไม่ได้เป็นเส้นตรง ชีวิตไม่ได้ขึ้นตลอดธุรกิจไม่ได้โตทุกเดือน ใจเราไม่ได้แข็งแรงทุกวัน

บางช่วงคือช่วงสร้าง ช่วงพัก ช่วงหลง ช่วงฟื้น บางช่วงดูเหมือนไม่คืบหน้า แต่จริง ๆ ข้างในกำลังจัดระบบใหม่

อย่าตีความทุกช่วงช้าเป็นความล้มเหลว บางครั้งชีวิตไม่ได้พัง แค่กำลังเปลี่ยนจังหวะ

10. Identity สร้างจาก Tiny Experiments
เราไม่จำเป็นต้องรู้ทันทีว่าเราเป็นใคร ตัวตนไม่ได้มาจากการนั่งคิดอย่างเดียว ตัวตนมาจากการทดลองเล็ก ๆ แล้วทำซ้ำ

สูตรคือ Tiny Experiment → Repetition → Identity

ทดลองเล็ก ๆ แล้วดูว่า อะไรทำแล้วมีพลัง อะไรที่เราทำซ้ำได้โดยไม่ต้องฝืนมาก Identity ไม่ได้เกิดจากการประกาศว่าเราเป็นใคร Identity เกิดจากพฤติกรรมที่เราทำซ้ำจนกลายเป็นตัวเรา

11. Always be Creator, not Consumer
โลกนี้ออกแบบให้เราเป็น consumer เลื่อนฟีด ดูชีวิตคนอื่น เสพคอนเทนต์ เปรียบเทียบ รู้สึกไม่พอ แต่คนที่โตจริงต้องฝึกเป็น creator Creator คือคนที่เอาสิ่งที่เรียนรู้มาสร้างบางอย่าง อ่านแล้วเขียน ดูแล้ววิเคราะห์ เรียนแล้วทดลอง เจอปัญหาแล้วสร้าง solution

ความต่างระหว่าง consumer กับ creator คือ Consumer เสพแล้วจบ ส่วน Creator เสพแล้วแปลงเป็น output

12. Specific Knowledge คือแต้มต่อของคนวัยเรา
Specific knowledge คือความรู้เฉพาะตัว ไม่ใช่แค่ skill ที่เรียนในคอร์ส แต่มาจากส่วนผสมของประสบการณ์ ความสนใจ รสนิยม ความล้มเหลว

คนวัยเรามีวัตถุดิบเยอะเราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เรามีบทเรียนที่เคยจ่ายเงิน จ่ายเวลา จ่ายน้ำตาซื้อมาแล้วหน้าที่คือเอามันมาจัดระบบแล้วทำให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น

13. Productize Your Specific Knowledge
ความรู้เฉพาะตัวจะมีมูลค่า เมื่อเอามาทำให้เป็นของที่คนอื่นใช้ได้

ขั้นตอนคือ
1. หา specific knowledge ของตัวเอง
2. เอาไปแก้ปัญหาจริง
3. Package ให้เข้าใจง่าย
4. Distribute ผ่าน internet
5. รับ feedback
6. ปรับซ้ำ

สิ่งที่เรารู้เฉพาะตัว อาจกลายเป็นคอนเทนต์ คอร์ส เวิร์กช็อป หนังสือ framework consulting product community

จุดสำคัญคือ อย่าเก็บความรู้ไว้ในหัว ต้องทำให้มัน repeatable, useful, sellable

14. The Multiplier ยุคนี้ชนะด้วยการ Stack Skills
Skill เดียวอาจไม่พอ แต่การผสม skill ทำให้เราแตกต่าง คนที่น่ากลัวไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดเรื่องเดียว แต่คือคนที่เอาหลายทักษะมาผสมกันจนเป็นสูตรเฉพาะ ยิ่ง AI ทำของทั่วไปได้เร็วขึ้น ความเป็นตัวเราและ taste ยิ่งสำคัญขึ้น

15. New Economy: ยุคนี้ไอเดียกลายเป็นของจริงเร็วกว่าเดิม
ปัจจัยของ New Economy

AI ลดต้นทุนการสร้าง
Internet ช่วยกระจายสิ่งที่เราทำ
Attention คือทรัพยากรสำคัญ
Trust คือสินทรัพย์ระยะยาว

แปลว่าคนหนึ่งคนมี upside สูงขึ้นมากไม่จำเป็นต้องมีทีมใหญ่ตั้งแต่วันแรก ไม่จำเป็นต้องมีทุนเยอะเท่าเมื่อก่อน ทดลองเล็ก ๆ ได้ ปรับเร็วได้ กระจายไอเดียได้

แต่เงื่อนไขคือ ต้องมีความชัด ต้องมี trust และต้องทำซ้ำได้นานพอ

16. Attention Economy คนที่เข้าใจความสนใจคน จะได้เปรียบ
โลกนี้ไม่ได้ขาดสินค้า ไม่ได้ขาดคอนเทนต์ ไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่ขาด attention

Attention คือด่านแรกของทุกอย่าง ถ้าคนไม่สนใจ เขาจะไม่ฟัง ถ้าไม่ฟัง เขาจะไม่เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ เขาจะไม่ซื้อ แต่ Attention ทำให้คนหยุดดู Trust ทำให้คนกลับมา

17. Feedback Data & Reflect Analysis

Reality tells you what happened แต่ Reflection tells you what it means

คนจำนวนมากดูแต่ตัวเลข แต่ไม่สะท้อนบทเรียน เช่นโพสต์นี้ยอดดี เพราะอะไร เวิร์กช็อปนี้คนชอบตรงไหนสินค้านี้ขายได้เพราะ product หรือ story ลูกค้าไม่ซื้อเพราะราคา หรือเพราะยังไม่เข้าใจ value Data ไม่มีประโยชน์ ถ้าเราไม่แปลความหมาย Reflection ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่มีข้อมูลจริง

18. Wealth มีหลายแบบ และทุกแบบมี Trade-off
The 5 Types of Wealth
1. Financial Wealth — เงิน
2. Social Wealth — ความสัมพันธ์ / network / reputation
3. Time Wealth — เวลา
4. Physical Wealth — สุขภาพกาย
5. Mental Wealth — สุขภาพใจ / ความสงบ / clarity

สิ่งสำคัญคือ Wealth ทุกแบบมี trade-off หาเงินมากขึ้น อาจเสียเวลา มีชื่อเสียงมากขึ้น อาจเสียความเป็นส่วนตัว งานโตขึ้น อาจเสียสุขภาพ

คำถามไม่ใช่ อยากได้อะไร แต่ต้องถามว่ายอมแลกอะไรและอะไรที่ไม่ยอมแลกอีกแล้ว

19. Memento Mori: เวลาเรามีจำกัด
Memento Mori คือการระลึกว่าชีวิตมีวันจบ ไม่ใช่เพื่อให้เศร้าแต่เพื่อให้เลือกชัดขึ้น เมื่อรู้ว่าเวลามีจำกัด เราจะ say no ง่ายขึ้น

คำถามสำคัญคือเรื่องนี้คุ้มกับเวลาชีวิตไหม คนนี้คุ้มกับพลังงานไหม งานนี้คุ้มกับสุขภาพไหม เป้าหมายนี้เป็นของเราจริงไหม

“ไม่ใช่ว่าเรามีเวลาสั้นเกินไป แต่เราสูญเสียเวลามากเกินไป”

บทสรุปสำหรับรา

วัยนี้ไม่ใช่วัยที่ต้องรีบพิสูจน์ตัวเองกับทุกคนแล้วแต่เป็นวัยที่ต้องรู้ว่าอะไรคุ้มกับชีวิต
ไม่ใช่แค่ถามว่าจะโตอย่างไร แต่ต้องถามว่าจะโตแบบไม่ทำลายตัวเองอย่างไร
ไม่ใช่แค่สร้าง business model แต่ต้องสร้าง self model
ไม่ใช่แค่ไล่ status แต่ต้องสร้าง character
ไม่ใช่แค่เป็น consumer ของความฝันคนอื่น แต่ต้องเป็น creator ของชีวิตตัวเอง
ไม่ใช่แค่เก่งขึ้น แต่ต้องรู้ตัวมากขึ้น
ไม่ใช่แค่มี upside แต่ต้องรู้ trade-off
ไม่ใช่แค่ถามว่าอยากได้อะไร แต่ต้องถามว่าเวลาที่เหลืออยู่ เราอยากเอาไปใช้กับอะไรจริง ๆ

💙 thanks to Benz and Toy นา

More from the blog