·

Your Earned Life

Marshall Goldsmith สัมภาษณ์ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จให้พวกเขาให้คะแนนตัวเองระหว่างความเสียดายกับความอิ่มเอมใจ ผลออกมาผิดคาด คนที่สำเร็จที่สุดกลับให้คะแนนไปทางเสียดาย ส่วนคนที่ลาออกมาเป็นเทรดเดอร์แล้วไม่รวย กลับบอกว่าพอใจกับชีวิต

ชีวิตที่ไม่เสียดายต้องใช้อย่างไร

Marshall Goldsmith สัมภาษณ์ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จให้พวกเขาให้คะแนนตัวเองระหว่างความเสียดายกับความอิ่มเอมใจ ผลออกมาผิดคาด คนที่สำเร็จที่สุดกลับให้คะแนนไปทางเสียดาย ส่วนคนที่ลาออกมาเป็นเทรดเดอร์แล้วไม่รวย กลับบอกว่าพอใจกับชีวิต

คนที่ลาออกมาเป็น full time trader แม้ไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน แต่เขาบอกว่าเขาพอใจกับชีวิตที่ได้มาลองทำสิ่งที่ชอบ และใช้เวลานี้กับครอบครัวแม้จะไม่ได้รวยแต่ก็สามารถเอาเงินเก็บไปช่วยเหลือสังคมด้านอื่นๆ ได้

อ่านตรงนี้แล้วนิ่งไปนิดนึง เพราะตอนเป็น CEO ก็เคยพาลูกไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วนั่งประชุมอยู่ในเคบินตลอดวัน ตอนนั้นคิดว่านั่นคือความรับผิดชอบ แม้วันนี้รายได้ไม่เท่าเดิมแต่สามารถอยู่กับลูกได้ เที่ยวเต็มที่กับลูกได้ แล้วรู้สึกว่าคะแนนฝั่งอิ่มเอมมันเพิ่มมาเยอะเลย

พึ่งได้หยิบหนังสือ The Earned Life ของเขามาอ่าน หลายคนน่าจะรู้จักเขาจากหนังสือ What Got You Here Won’t Get You There เขาทำงานเป็นที่ปรึกษาและโค้ชให้กับ CEO และทีมบริหารมามากกว่า 200 คน เขามองว่าชีวิตที่เติมเต็มและไร้ความเสียดายก็ต่อเมื่อเราสามารถจัดชีวิตให้การกระทำในแต่ละวัน (Action) สอดคล้องกับความทะเยอทยาน (Ambition) และส่งเสริมเป้าหมายตัวตนที่เราอยากเป็น (Aspiration) ให้ได้

หากมีแต่ความทะเยอทยานแต่ไม่มีเป้าหมาย เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์บ้างานที่หัวใจว่างเปล่า แต่หากมีแต่เป้าหมายแต่ไม่ทำ ความปรารถนาของเราก็จะเป็นได้เพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ

หนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จตามมาตรวัดภายนอกกับความรู้สึกอิ่มเอมใจในชีวิต ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป หนังสือเล่มนี้ช่วยให้เราออกแบบชีวิตที่เติมเต็มและปราศจากความเสียดายโดยเน้นย้ำว่าชีวิตที่คู่ควรไม่ได้เกิดขึ้นจากการบรรลุเป้าหมายเท่านั้น แต่คือการกระทำที่เราต้องทำไปในทุกๆ วัน

Life Goals & Fulfillment

ชีวิตของเรามักอยู่ระหว่างขั้วตรงข้ามสองฝั่ง คือ ความเสียดาย (Regret) และ ความเติมเต็ม (Fulfillment) โดยความเติมเต็มในชีวิตนั้นจะถูกประเมินผ่านหกเรื่อง ได้แก่ Purpose, Meaning, Achievement, Relationships, Engagement และ Happiness

หัวใจสำคัญของการตั้งเป้าหมายชีวิตในเล่มนี้คือ The Every Breath Paradigm (กรอบคิดทุกลมหายใจคือตัวตนใหม่) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากพระพุทธเจ้าที่ว่าตัวตนของเราเกิดใหม่ในทุกลมหายใจ

  • ตัวตนในอดีตไม่ใช่ตัวตนในปัจจุบัน เราไม่ควรเอาความผิดพลาดในอดีตมาลงทัณฑ์ตัวเองในตอนนี้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ตัวตนในอดีตทำไว้
  • ความสำเร็จในอดีตไม่ช่วยให้ปัจจุบันเติมเต็ม เช่นเดียวกัน เราไม่สามารถเสพสุขกับถ้วยรางวัลเก่าๆ ได้ตลอดไป หากอยากรู้สึกเติมเต็ม เราต้องลงมือสร้างคุณค่าและ “Earn” มันใหม่ในปัจจุบันขณะ

“You’re only a success in the moment of the successful act. Then you have to do it again.” Phil Jackson

คุณประสบความสำเร็จแค่ในชั่วขณะที่ทำมันเท่านั้น อย่างไรคุณต้องลงมือทำมันใหม่อีกครั้ง

Action, Ambition, Aspiration

ถ้าให้ทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายและการลงมือทำ อยากให้จำแค่สามคำนี้ไปเลย 3A

Action (การกระทำหรือปัจจุบันขณะ)
บ่อยครั้งการกระทำในแต่ละวันของเรามักจะสะเปะสะปะ หรือทำไปตามสัญชาตญาณและการถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าภายนอก (เช่น การไถโซเชียลไปเรื่อยๆ)

Ambition (ความทะเยอทะยาน หรือเป้าหมายที่มีจุดสิ้นสุด)
สิ่งที่เราต้องการที่มีเงื่อนไขเรื่องเวลาที่ชัดเจน วัดผลได้ และมีเส้นชัยเช่น ได้เลื่อนตำแหน่ง ปั้นยอดขาย รายได้ คนมักเสพติดเป้าหมาย พวกเขาใช้ชีวิตเพื่อวิ่งชนเส้นชัยอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อชนเส้นชัยแล้ว ความสุขนั้นกลับหายไปอย่างรวดเร็วและต้องวิ่งหาเป้าหมายใหม่เรื่อยๆ

เคยเขียนไว้ว่าความทะเยอทะยานไม่ผิด แต่ทะเยอทะยานที่ไม่มี purpose หรือเป้าหมายต่างหากที่ทำลายคน อ่าน Goldsmith แล้วเข้าใจขึ้นว่าสิ่งที่ขาดไปคือ Aspiration ตำแหน่ง CEO ที่เคยทำมันก็คือ Ambition ที่มีเส้นชัย แต่ไม่ได้ตอบว่าเราอยากเป็นคนแบบไหน

Aspiration (ความปรารถนาสูงสุด หรือตัวตนที่เราอยากกลายเป็น)
ถามตัวเองว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดว่าเราต้องการจะกลายเป็นคนแบบไหน เช่นมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำที่เมตตา เป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้นหรือการทำงานเพื่อสังคม Aspiration คือสะพานเชื่อมระหว่างตัวตนในปัจจุบันกับตัวตนในอนาคตที่ดีกว่าเดิม มันคือความพยายามอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการเรียนรู้ที่จะรักและให้คุณค่ากับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต

การนำ 3 เรื่องนี้ประกอบด้วยกันเพื่อสร้างชีวิตที่คู่ควร Your earned life

เดือนกันยานี้ HOM ครบสิบปี และเรากำลังจะเปิด HOM Resilience Space ในเดือนตุลาคมนี้ ไม่ใช่เพราะอยากได้เส้นชัยใหม่ แต่เพราะอยากเป็นคนที่ช่วยให้คนอื่นลุกขึ้นได้เร็วขึ้นและก้าวไปข้าวหน้าอย่างมีคุณค่า รอติดตามต่อไป

More from the blog